วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อื่น ๆ (ความรู้เกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม ... นำมาฝากกัน)

         สวัสดีค่ะ  เรียกได้ว่าช่วงนี้ประเทศไทยต้องรับมือกับภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ นอกจากทุกข์กับน้ำท่วมแล้ว ยังต้องทุกข์กับโรคที่จะตามมาซ้ำเติมหลังน้ำท่วม วันนี้จึงขอนำความรู้และข้อควรระวังกับ 9 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม มาฝากค่ะ

 1.โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อราและแผลพุพองเป็นหนอง
ซึ่ง เกิดจากการย่ำน้ำหรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรคหรืออับชื้นจากเสื้อผ้าและเครื่อง แต่งกายที่ไม่สะอาดเป็นเวลานาน โดยจะมีอาการเท้าเปื่อย เป็นหนอง และเริ่มคันตามซอกนิ้วเท้า ผิวหนังลอกเป็นขุย จากนั้นผิวหนังจะพุพอง นิ้วเท้าหนาและแตก มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนคือผิวหนังอักเสบ
    -  ป้องกันได้ด้วยการเช็ดเท้าให้แห้ง หากมีบาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ

 2. โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส
ติดต่อได้ทุกเพศทุกวัย แพร่กระจายในลมหายใจ เสมหะ น้ำลาย อาการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอจาม อ่อนเพลีย
      -  ป้องกันได้ด้วยใช้ผ้าปิดปากเวลาไอจาม ดื่มน้ำอุ่นมากๆ มีไข้สูงเกิน 7 วันควรพบแพทย์

 3.โรคปอดบวมเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอด
เช่น น้ำสกปรกจนทำให้เกิดการอักเสบ อาการไข้สูง ไอมาก หอบหายใจเร็ว เห็นชายโครงบุ๋ม ริมผีปากซีดหรือเขียวคล้ำ กระสับกระส่ายหรือซึม
   - หากมีอาการควรรีบพบแพทย์ทันที

 4.โรคตาแดง
ติดต่อ ได้ง่ายในเด็กเล็กแต่เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรง ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ อาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 1 – 2 วัน จะมีอาการระคายเคือง ปวดตา น้ำตาไหล กลัวแสง มีขี้ตามาก หนังตาบวม เยื่อบุตาขาวอักเสบแดง ทั้งนี้ในหากดูแลถูกวิธีจะหายได้ใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดูแลอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น กระจกตาดำอักเสบ
     - ทั้งนี้ป้องกันได้ด้วยล้างดวงตาให้สะอาดเมื่อถูกฝุ่นละออง หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ควรขยี้ตา

 5.โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
ส่วน ใหญ่เกิดจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น อาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารค้างคืนหรือเน่าบูด แบ่งออกเป็นหลายโรค ได้แก่ โรคอุจาระร่วง อาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ อาจมีมูกเลือดและมีการอาเจียนร่วมด้วย อหิวาตกโรค จะถ่ายเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าวทีละมากๆ อาการรุนแรง
อาหารเป็นพิษ มัก มีอาการปวดท้องร่วมกับการถ่ายอุจาระเหลว คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการปวดศีรษะและเมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย โรคบิด จะถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน มีไข้ ปวดท้องและมีปวดเบ่งร่วมด้วย โรคไข้ทัยฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย มีอาการสำคัญคือมีไข้ เบื่ออาหาร ท้องผูก เมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ
    - ป้องกัน ได้โดยล้างมือให้สะอาด เลือกรับประทานอาหาร กำจัดสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน แต่หากป่วยจำเป็นต้องดื่มน้ำหรืออาหารเหลวมากๆ รวมทั้งดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) ด้วย
 6.โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส
เป็น โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูเป็นตัวแพร่โรคที่สำคัญ เชื้อออกมากับปัสสาวะสัตว์แล้วปนเปื้อนในน้ำท่วมขัง โดยโรคนี้จะติดต่อทางบาดแผล รอยขีดข่วน หรือไชเข้าตามเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานๆ อาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 – 10 วัน จะมีไข้สูงทันที ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และศีรษะมาก บางรายมีอาการตาแดง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ท้องเดินร่วมด้วย จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ มิเช่นนั้นอาจถึงขั้นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเสียชีวิตได้
     - อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้โดยสมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ทำความสะอาดที่พักไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู

 7.โรคไข้เลือดออก
มี ยุงลายเป็นพาหะพบได้ทุกวัยในทุกพื้นที่ มีอาการไข้สูงตลอดทั้งวัน หน้าแดง เกิดจุดแดงๆ เล็กๆ ตามลำตัว ต่อมาไข้จะลดลง ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจเกิดอาการรุนแรง มีความผิดปกติ เช่น ถ่ายดำ ไอปนเลือด เกิดภาวะช็อคและเสียชีวิตได้
    -  ทั้งนี้การรักษาห้ามใช้ยาแอสไพริน และระวังไม่ให้ถูกยุงกัด

 8.โรคหัด
เป็น โรคไข้ออกผื่นที่พบในเด็ก เกิดจากเชื้อไวรัส มักพบในฤดูฝน หากมีการแทรกซ้อนอาจเสียชีวิตได้ สำหรับการติดต่อผ่านทางการไอจาม เชื้อกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อาการหลังจากได้รับเชื้อ 8 – 12 วัน มีไข้ ตาแดง พบจุดขาวๆ เล็กๆ ในกระพุ้งแก้ม
     -  ป้องกันได้โดยฉีดวัคซีน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย

 
 9.โรคไข้มาลาเรีย
ติดต่อ โดยยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำเชื้อโรค มักพบในพื้นที่ป่าเขามีแหล่งน้ำจืดธรรมชาติ อาการหลังรับเชื้อ 7 – 10 วัน จะปวดศีรษะ โดยทั่วไปคล้ายไข้หวัด แต่หลังจากนั้นจะหนาวสั่นและไข้สูงตลอดเวลา อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
     -  ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงยุงด้วยการทายาหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด
http://www.posttoday.com

การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์

         หลังจากที่คณะวิชา/หน่วยงานได้ถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่ดีจากโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การจัดการความรู้ ด้าน QA (quality assurance) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย วันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2554 ณ จังหวัดสมุทรสงคราม นั้น พบว่ามีคณะวิชา/หน่วยงานได้นำความรู้และทักษะที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการสัมมนาฯ มาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ดังนี้  


คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ศูนย์คอมพิวเตอร์
สถาบันวิจัยและพัฒนา
คณะมัณฑนศิลป์
สำนักหอสมุดกลาง
คณะอักษรศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์

คณะดุริยางคศาสตร์

คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

คณะวิทยาการจัดการ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชาสัมพันธ์โครงการวันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : "Silpakorn KM DAY"

สวัสดีค่ะ ชาวมศก. ทุกท่านค่ะ  นับว่าเป็นข่าวดีที่มติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานการจัดการความรู้มหาวิทยาลัยศิลปากร วันพุธที่ 28 กันยายน 2554 ครั้งที่ 4/2554 ให้จัดวันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : "Silpakorn KM DAY" ขึ้น  เพื่อนำผลสำเร็จของการดำเนินงานการจัดการความรู้จากประสบการณ์และทักษะ วิธีการปฏิบัติงานที่เป็นแบบอย่างที่ดีของแต่ละคณะวิชา/หน่วยงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงกว้างแก่บุคลากรทุกระดับ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน และปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดโครงการวันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : “Silpakorn KM DAY” ครั้งที่ 1 ในวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2554 ณ ห้องประชุมชั้น 5 และห้องประชุมชั้น 1 อาคารหม่อมหลวงปิ่นมาลากุล สำนักหอสมุดกลาง วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์  โดยมีรูปแบบการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ อาทิ เช่นการนำเสนอ โปสเตอร์ จัดบูธให้ความรู้ บอร์ดแสดงผลการดำเนินงาน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศจากการประกวดการจัดการความรู้ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร

แสดงความคิดเห็นหัวข้ออื่นๆ

ถ้าประสงค์ที่จะแสดงความคิดเห็นหัวข้ออื่น ๆ ขอเชิญได้เลยค่ะ

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ถอดบทเรียนเพื่อหาแนวทางการปฏิบัติที่ดี (Good Practices) 
การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 
ประจำปีการศึกษา 2553

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "การจัดการความรู้ด้าน QA (quality assurance) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย

 วันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2554 ณ อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

 คณะจิตรกรรมประติมากรรมฯ  
บัณฑิตวิทยาลัย
 ศูนย์คอมพิวเตอร์
  สำนักหอสมุดกลาง
สถาบันวิจัยและพัฒนา
 หอศิลป์




 คณะสัตวศาสตร์ฯ

 คณะวิทยาการจัดการ



วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "การจัดการความรู้ด้าน QA (quality assurance) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย

        สวัสดีค่ะ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 - วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมานี้ สำนักงานประกันคุณภาพการศึกษาได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "การจัดการความรู้ด้าน QA (quality assurance) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อรวบรวมจุดอ่อนของการดำเนินงานในตัวบ่งชี้ที่ไม่ชัดเจนของ สกอ. พร้อมค้นหาแนวทางแก้ไขด้วยตนเอง รวมทั้งประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติที่ดีจากการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก องค์ความรู้ ทักษะของผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ตรง (tacit knowledge) ที่ ผ่านการบอกเล่าประสบการณ์ มาใช้ในการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ในครั้งนี้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านประกันคุณภาพการศึกษาของคณะวิชาและหน่วยงาน ค่ะ